• บทที่ 16/16: กลับมาที่จุดเริ่มต้นใหม่

    หลังจากที่อ้อมจัดงานพบปะเครือข่ายไปไม่กี่วัน อ้อมก็ได้รับข้อความที่ไม่ได้คาดคิดเอาไว้ “อ้อม มาหาผมที่ห้องทำงานหน่อยนะ ผมมีเรื่องบางอย่างที่จะต้องพูดคุยกับคุณ” ข้อความนั้นมาจากสุรินทร์

    อ้อมรู้สึกวิตกกังวลนิดๆ ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เพราะที่ผ่านมาสุรินทร์มักจะให้งานยากๆ กับเธออยู่เสมอ เธอสูดหายใจลึกๆ อยู่ 2-3 ครั้ง แล้วก็เดินไปที่ห้องทำงานของสุรินทร์

    สุรินทร์เงยหน้าขึ้นมองอ้อม สีหน้าที่ปกติจะเคร่งขรึม แต่คราวนี้ดูแตกต่างออกไป “อ้อม” สุรินทร์เริ่ม “ผมเห็นคุณมีพัฒนาการที่ดีขึ้นจากที่ผ่านมา จากการเป็น HR ที่ยังมีประสบการณ์น้อย แต่มีความฝันที่จะเป็น HR ที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้ งานสร้างเครือข่าย HR ที่เธอเพิ่งจัดผ่านมา เป็นที่พูดคุยกันมากในสำนักงานนี้ มันทำให้ผมได้รับรู้อะไรบางอย่าง”

    อ้อมรู้สึกใจเต้นรัวระหว่างที่สุรินทร์พูดนั้น และรอฟังประโยคถัดไปของสุรินทร์

    “ผมเชื่อมั่นในความสามารถและศักยภาพของ SiamRise มาโดยตลอด และผมคิดว่ามาถึงเวลาแล้วล่ะที่ทีมงาน HR ของเราต้องเปลี่ยนแปลง ต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น และต้องช่วยสนับสนุนเป้าหมายทางธุรกิจให้มากขึ้น เราต้องการบางคนเข้ามารับผิดชอบเรื่องนี้ เพื่อที่จะกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้”

    สุรินทร์พูดต่อ “ผมมีตำแหน่งงานใหม่มาให้คุณ ตำแหน่งนั้นคือ Chief People Officer ของ SiamRise ตำแหน่งงานนี้จะทำให้เธอมีโอกาสในการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างในทีมงาน HR เพื่อให้สนับสนุนเป้าหมายบริษัทให้ได้มากที่สุด”

    ณ เวลานี้ อ้อมไม่รู้จะพูดว่าอะไร นัยน์ตาของเธอเริ่มมีน้ำตาคลอออกมา เธอนึกถึงเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมา ที่เธอพยายามทำงานให้ดี เจอกับความท้าทายต่างๆ นานา แล้วมันก็ทำให้เธอก้าวมาได้ถึงจุดนี้

    สุรินทร์ยิ้มออกมา ซึ่งไม่ได้เห็นได้บ่อยๆ “อ้อม ผมอาจจะดูใจร้ายกับคุณมาตลอด แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่ไว้ใจคุณนะ แต่เป็นเพราะผมรู้ว่าคุณมีความสามารถที่จะทำมันได้และทำได้ดีด้วย และทุกๆ ครั้งคุณก็ทำให้ผมเห็นในความสามารถนี้ตลอดมา”

    อ้อมยกมือขึ้นมาปาดน้ำตา พร้อมกับแสดงรอยยิ้ม “ขอบคุณค่ะ คุณสุรินทร์ สำหรับความเชื่อที่มีให้ฉัน และคอยผลักดันฉันให้เก่งขึ้น ฉันสัญญาจะทำให้ดีที่สุดสำหรับตำแหน่งงานใหม่นี้ เพื่อ SiamRise และพนักงานทุกคนที่นี่ค่ะ”

    มันเป็นขณะเวลาที่ทำให้คนทั้งสองคนได้เข้าใจกัน จริงๆ แล้วสิ่งนี้มันถูกสร้างผ่านประสบการณ์ร่วมกันมานานโดยผ่านทั้งเรื่องดีและเรื่องที่ต้องเจอกับความท้าทาย แต่ก็นั่นแหละครับ ที่ทำให้เกิดการเติบโต

    อ้อมมองออกไปนอกหน้าต่างในห้องทำงานใหม่ของเธอ เธอรู้สึกขอบคุณกับทุกเหตุการณ์และผู้คนที่ผ่านเข้ามาในเส้นทางชีวิตของเธอ ตอนนี้เธอพร้อมสำหรับความท้าทายใหม่ๆ เพื่อที่จะทำให้ SiamRise บรรลุเป้าหมายต่างๆ แล้ว

  • บทที่ 15/16: พี่เลี้ยงและเครือข่าย

    อ้อมพบว่าชีวิตของเธอวุ่นวายมากเลยทีเดียวในระหว่างที่เตรียมการและสัมภาษณ์งานกับบริษัทต่างๆ ที่เธอสมัครไป เธอนึกถึงเส้นทางที่ผ่านมาของเธอ ปัญหาต่างๆ ที่เธอต้องเผชิญ และผู้คนที่เข้ามาช่วยเหลือเธอในเวลาต่างๆ ที่ผ่านมา เธอเข้าใจอย่างกระจ่างชัดว่าการที่เธอมีพี่เลี้ยง ที่ปรึกษา และเครือข่ายในงาน HR นั้นสำคัญกับเธอมากขนาดไหน

    อ้อมตัดสินใจที่จะทำสิ่งต่างๆ ที่เธอได้รับนี้ กลับไปหาผู้อื่นบ้าง เธอคิดกับตัวเอง “ทำไมเราไม่สร้างโครงการพี่เลี้ยงขึ้นมาบ้างล่ะ ?” “มันน่าจะเป็นโครงการที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อกันของคนทำงาน HR ทั้งที่มีและไม่มีประสบการณ์เพื่อที่จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์และความรู้ของกันและกัน”

    อ้อมบอกไอเดียนี้กับณัฐยา ณัฐยาตอบตกลงในทันที “เจ๋งมากเลยอ้อม การเอาประสบการณ์และความรู้ของเธอมาช่วยคนรุ่นใหม่ที่สนใจและอยากเข้ามาทำงานนี้ มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลยจริงๆ”

    และแล้วห้องนั่งเล่นของอ้อมที่เป็นเหมือนศูนย์รวมของเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่ผ่านมาก็ได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ในเวลานี้มันเป็นเหมือนสถานที่ที่ทำให้คนที่สนใจงาน HR มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดียกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความมุ่งมั่น

    ณัฐยาเริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของเธอ ที่เต็มไปทั้งเรื่องของเวลาแห่งความยากลำบาก เวลาที่ดี และบทเรียนสำคัญที่เธอได้รับจากการทำงาน เธอเน้นย้ำความสำคัญของการเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา และความพยายามในการปรับตัวให้ได้ต่อสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป

    ต่อมา อ้อมเล่าเรื่องของอ้อมบ้าง เรื่องของอ้อมก็จะเกี่ยวกับเป้าหมายของเธอในงาน HR ประสบการณ์การทำงานที่ SiamRise, การสร้างเครือข่าย HRBP, ปัญหาหรือความท้าทายที่เธอพบเจอในระหว่างการสัมภาษณ์งานและสิ่งที่เธอได้เรียนรู้ต่างๆ อ้อมเน้นย้ำความสำคัญของการมีพี่เลี้ยงที่เป็นทั้งคนที่ช่วยเหลือและรับฟังเรื่องราวต่างๆ อ้อมบอกกับทุกคนไปว่า “พวกคุณน่าจะลองมองหาพี่เลี้ยง เพื่อที่จะได้เรียนรู้จากพวกเขา และสร้างเครือข่ายเอาไว้นะ มันไม่ใช่แค่เรื่องที่เอาไว้ทำเฉพาะการทำงานหรอกนะ แต่มันเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และเติบโตในชีวิตด้วยน่ะ”

    การพูดคุยเต็มไปด้วยคำถามและคำตอบที่สร้างความมีชีวิตชีวาและสีสันกับการได้พบปะพูดคุยกัน นอกจากนั้นยังมีบางช่วงที่เป็นการพูดคุยแบบจับคู่กัน เพื่อให้ HR รุ่นใหม่ได้พูดคุยเชิงลึกกับคนที่มีประสบการณ์มายาวนาน

    เมื่องานจบลง ในคืนนั้น อ้อมรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง เธอพอใจมากๆ กับงานที่จัดในวันนี้ มันทำให้เธอรู้ว่า เส้นทางที่เธอเดินและกำลังเดินต่อไปจากนี้ไม่ได้มีเพียงเธอตัวคนเดียวอีกต่อไป ยังมีใครอีกหลายๆ คน ที่พร้อมจะมาร่วมเดินไปกับเธอ

    “เส้นทางของเธออาจต้องพบเจออะไรมากมาย แต่ขอให้รู้ไว้เถอะว่า เธอไม่ใช่ตัวคนเดียว พยายามใช้ความรู้และประสบการณ์จากคนอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เพื่อพัฒนาตัวเองนะ” อ้อมพึมพำกับตัวเอง

  • บทที่ 14/16: เตรียมพร้อมก้าวกระโดด

    ในค่ำคืนหนึ่ง อ้อมยังคงนึกถึงช่วงเวลาที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนๆ HRBP ของณัฐยา และความคิดนั้นก็นำพาอ้อมให้เปิดคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปของเธอเพื่อเข้าไปดูประกาศรับสมัครงาน เธออยากเปลี่ยนไปทำงานกับบริษัทข้ามชาติเพื่อสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายและทำให้โลกของเธอกว้างใหญ่มากขึ้น

    เสียงของณัฐยาที่พูดถึงเรื่องความน่าสนใจของตำแหน่ง HRBP ในบริษัทข้ามชาติ หรือการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในสายงาน HR ยังคงดังก้องอยู่ในหูของอ้อม เธอตัดสินใจส่งเรซูเม่ของเธอไปตามประกาศรับสมัครงานในตำแหน่ง HRBP ที่เธอต้องการ “อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับตัวเองน่า” อ้อมบ่นพึมพำกับตัวเอง หลังจากที่ส่งเรซูเม่สมัครงานไปหลายที่เหมือนกัน เช้าวันรุ่งขึ้น อ้อมก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่าเริ่มมีอีเมลตอบรับกลับมาจากที่เธอส่งสมัครงานไปนั้น หลายๆ ที่อยากให้เธอมาทำแบบทดสอบและสัมภาษณ์งานในตำแหน่งที่เธอสมัคร อ้อมพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง “ฉันพร้อมหรือยังนะ กับเรื่องแบบนี้ ?”

    เธอพยายามนึกถึงคำแนะนำต่างๆ ที่เธอได้รับจากคนที่ทำงานเป็น HRBP ไม่ว่าจะเจอจากที่ประชุม หรือเป็นการพูดคุยแบบกลุ่มเล็กกับเพื่อนๆ ของณัฐยา ทุกคนล้วนเล่าให้เธอฟังถึงพื้นฐานหลักการของการทำงานเป็น HRBP และเธอเองก็เข้าใจว่างานในแกนกลางพื้นฐานของ HR นั้น อาจไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ไม่ว่าจะเป็นบริษัทไทยหรือบริษัทต่างชาติ แต่อาจจะมีบริบทบางอย่างที่อาจจะทำให้เกิดความแตกต่างอย่างแท้จริง

    การสัมภาษณ์ครั้งแรกของเธอคือกับบริษัทข้ามชาติชื่อดังที่ประกอบธุรกิจทางด้านเทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน HR ในกลุ่มผู้สัมภาษณ์ถามเธอเรื่องความรู้ในงาน HR แต่ละด้านเพื่อให้มั่นใจว่าเธอมีความรู้ HR ที่ครอบคลุมจริงๆ ถามถึงมุมมองของเธอต่องาน HR ในการทำงานและประสานงานในระดับชาติ และสุดท้ายคือเธอทำอย่างไรให้งาน HR เป็นไปตามเป้าหมายของบริษัททั้งของหน่วยงาน HR เองและการสนับสนุนหน่วยงานอื่นๆ อ้อมพยายามดึงจุดแข็งของเธอและสิ่งที่เธอได้ทำจริงจากการทำงานกับ SiamRise และจากพี่เลี้ยงอย่างณัฐยามาตอบคำถามสัมภาษณ์งานเหล่านั้น

    ในการสัมภาษณ์ครั้งที่สอง เธอได้รับการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับเหตุฉุกเฉินด้านงาน HR เพื่อที่จะดูว่าเธอจะสนองตอบต่อเหตุการณ์นั้นอย่างไร อ้อมใช้วิธียกเหตุการณ์ที่เธอต้องจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉินเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลที่เกิดขึ้นกับ SiamRise มาเล่าให้ผู้สัมภาษณ์ฟัง

    จริงๆ แล้วณัฐยาเองก็มีส่วนเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสัมภาษณ์งานของอ้อม เพราะในฐานะของพี่เลี้ยงที่ดี ณัฐยาช่วยทำตัวเปรียบเสมือนเป็นผู้สัมภาษณ์ เพื่อถามคำถาม ทดสอบความรู้ พร้อมกับให้คำแนะนำในบางคำตอบไว้ด้วย

    ณัฐยามักจะบอกอ้อมอยู่เสมอว่า “เธอมีความรู้เพียงพออยู่แล้วอ้อม แต่ขอให้เธอรู้ไว้เลยว่าสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของทัศนคติ ความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายและลุกขึ้นมายืนต่อสู้ได้ใหม่ในวันที่ต้องเจอกับความล้มเหลวหรือผิดหวัง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของมนุษย์อย่างเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนทำงานด้าน HR”

    มุมมองของอ้อมเปลี่ยนไป หลังจากผ่านกระบวนการสัมภาษณ์ที่ค่อนข้างยาก เข้มงวด จนทำให้เธอเกร็งไปหมด เธอเข้าใจมากขึ้นว่ามันมีโอกาสให้เธอพัฒนาและเติบโตได้จากการสัมภาษณ์งานแบบนี้ แทนที่เธอจะมองมันว่าเป็นการสอบที่ดูจริงจัง แต่เธอเริ่มมองให้เห็นแล้วว่า มันเป็นโอกาสหนึ่งที่ทำให้เธอได้ขยายมุมมอง แนวคิดและประสบการณ์ด้วย

    และเมื่อผ่านมันมาได้ อ้อมก็ได้ข้อคิดสำหรับตัวเธอเองว่า จงเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ใช่แค่เฉพาะด้านความรู้ในการทำงาน แต่ต้องเตรียมมุมมอง แนวคิด และทัศนคติให้พร้อมไว้ด้วย

    อ้อมนั่งนิ่งๆ เพื่อให้เวลากับตัวเองในการย้อนไปในอดีตที่ผ่านมาด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันไป เธอเริ่มเห็นแล้วว่า สิ่งที่เธอตัดสินใจทำในทุกๆ เรื่องที่ผ่านมา จะช่วยเธอในอนาคตได้อย่างไร

  • บทที่ 13/16: HRBP แต่ละที่เน้นเรื่องอะไร

    อ้อมเข้าใจอะไรมากขึ้นหลังจากได้ฟังเรื่องราวความสำเร็จของณัฐยา แต่เธอเองก็ยังอยากรู้เรื่อง HRBP ให้มากขึ้นกว่าเดิม เธอเอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า “สมมติว่า” “เราสามารถรู้ข้อมูลเชิงลึกของการทำงาน HRBP ในแต่ละที แต่ละอุตสาหกรรม มันจะทำให้สามารถเข้าใจอะไรได้ลึกซึ้งไปยิ่งกว่าเดิมไหมนะ”

    ณัฐยายิ้มกว้าง “มันเป็นเรื่องที่ดีเลยละอ้อม ฉันมีเพื่อนพี่น้อง HRBP อยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรมนะ เรามาวางแผนจัดกิจกรรมกันไหม เอาแบบมานั่งคุยกัน แลกเปลี่ยนความรู้ไปด้วยกันแบบนี้แหละ”

    หลังจากตกลงกันได้ ณัฐยาก็เริ่มติดต่อ HRBP หลายๆ คนที่เธอรู้จัก เธอพยายามติดต่อคนที่สนิทๆ กันก่อนและมุ่งเน้นไปที่ว่าขอให้มาจากหลากหลายอุตสาหกรรม ในที่สุดณัฐยาสามารถติดต่อมาได้ 4 คน ที่เห็นด้วยกับโครงการนี้และพร้อมมานั่งคุยแลกเปลี่ยนความรู้กัน พิมเป็น HRBP ที่อยู่กับงานโรงงานเป็นหลัก วารินมาจากธุรกิจธนาคาร โบว์ทำงาน HR อยู่ใน FMCG และ ดาว น้อง HR รุ่นใหม่ที่ตอนนี้ทำงานอยู่ในธุรกิจ Tech Startup

    ในวันที่มานั่งคุยกัน อ้อมเปลี่ยนห้องนั่งเล่นให้กลายเป็นห้องประชุมแบบกันเอง ให้นั่งคุยกันได้สบายที่สุด พร้อมขนมนมเนย และเครื่องดื่ม ที่สำคัญยังมีไวท์บอร์ดเล็กๆ เอาไว้ด้วย เผื่อว่าจะมีใครอยากเขียนอธิบายอะไรบนนั้น

    อ้อมเริ่มการพูดคุยด้วยการยิงคำถามแรกออกไป “อะไรที่ทำให้การเป็น HRBP ของแต่ละคนโดดเด่นในที่ทำงานที่ทำอยู่ ?”

    พิมขอเริ่มก่อน เธอเริ่มจากการบอกว่า ในสภาพแวดล้อมของการทำงานในโรงงาน การสร้างความสมดุลเป็นเรื่องสำคัญ ในฟากฝั่งนึงจะมีพนักงานกลุ่มหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของความปลอดภัยในการทำงาน, ตารางเวลาการทำงาน และเรื่องค่าจ้างและโอที ในขณะที่อีกฟากฝั่งหนึ่งก็ให้ความสนใจกับเรื่องความก้าวหน้าในอาชีพ การฝึกอบรมพัฒนา และสิทธิประโยชน์อย่างอื่น เพราะฉะนั้นการจะทำให้งาน HR สำเร็จได้ ก็ต้องเข้าใจและเข้าถึงพนักงานทั้งสองกลุ่ม ต้องพยายามปรับวิธีการทำงานให้สามารถเข้ากันได้กับทั้งสองแนวคิดนี้ ต้องมีระเบียบปฏิบัติงานที่เป็นแกนกลางที่ชัดเจนในการดำเนินการ แต่ก็ต้องยืดหยุ่นให้ได้บ้างตามสถานการณ์ ซึ่งต้องใช้การสร้างสมดุลในสถานการณ์มาเป็นแกนหลักในการดำเนินการอยู่พอสมควร

    วาริน ทำงานในธุรกิจธนาคาร พยักหน้าเห็นด้วย เขาเริ่มด้วยประโยคว่า “ธนาคารนั้นแตกต่างออกไป การจัดระเบียบและการมีระเบียบการที่ชัดเจนถือเป็นเรื่องปกติ การปฏิบัติตามระเบียบหรือมาตรฐานถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ต่อให้ต้องสนใจเรื่องตัวเลขและระเบียบมากขนาดไหน เรื่องคนก็ยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่สามารถจะละเลยไปได้ ผมบอกได้เลยว่าในการทำงานที่เคร่งเครียดไปด้วยระเบียบและตัวเลข การเห็นใจและเข้าอกเข้าใจพนักงานถือเป็นปัจจัยความสำเร็จเบื้องต้นก็ว่าได้เลยทีเดียว ต้องพยายามทำความเข้าใจและแสดงออกถึงความเห็นใจ เพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานในสภาวะที่เคร่งเครียดด้วยระเบียบและกดดันด้วยตัวเลขต่างๆ ไปได้นี่แหละ”

    คนต่อมาคือโบว์ที่ทำงานในอุตสาหกรรม FMCG มาเป็นส่วนใหญ่ในประสบการณ์ของเธอ “การทำงานใน FMCG เหมือนกับการนั่งรถไฟเหาะตีลังกาก็ว่าได้ เพราะมีทั้งเรื่องการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไหม้ การปรับเปลี่ยนอย่างว่องไวอยู่ตลอดเวลาในเรื่องการทำการตลาด การปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นธีมหลักของการทำงานใน FMCG ยิ่งไปกว่านั้น ประสิทธิภาพของการสื่อสารก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน เพราะต้องทำให้มั่นใจได้ว่า พนักงานในแต่ละภาคส่วนได้รับการสื่อสารอย่างทั่วถึงกัน และเป็นข้อมูลที่ถูกต้องด้วย

    คนสุดท้าย น้องเล็กของกลุ่ม ดาวผู้ที่ทำงาน HRBP ในบริษัท Tech Startup โน้มตัวเข้ามาพร้อมด้วยสายตาแห่งความมุ่งมั่นของเธอ “การเข้ามาของเทคโนโลยี มาในทั้งสองทางคือทั้งเป็นผู้ช่วยและมาก่อกวน ความยากลำบากหรือความท้าทายของ Tech Startup คือการขยายตัวอย่างรวดเร็ว วัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างกันของแต่ละทีม และการพยายามรักษาคนที่มีความสามารถสูงไว้กับองค์กรในขณะที่สภาวะการณ์ภายนอกมีการแย่งซื้อตัวกันมากมาย ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความสำเร็จคือนวัตกรรมและการสร้างสิ่งใหม่ ไม่ใช่แค่เฉพาะการสร้างผลิตภัณฑ์ของเราเท่านั้น แต่มันหมายรวมถึงกลยุทธ์การทำงานของ HR ด้วย เพราะแม้แต่ HR เอง เราก็ยังต้องคอยค้นหาเรื่องใหม่ๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในงาน HR ด้วย”

    หลังจากที่การพูดคุยกันผ่านไปอย่างออกรสออกชาติ อ้อมพบว่าเธอได้ข้อมูลเชิงลึกของการเป็น HRBP แต่ละที่มามากพอสมควรเลยทีเดียว งานหลักๆ ของ HRBP คือ การทำความเข้าใจผู้คนในสถานที่ทำงาน และทำให้มั่นใจได้ว่าผู้คนเหล่านั้นทำงานไปในทิศทางเดียวกันกับที่บริษัทต้องการ ถึงแม้ว่าธุรกิจที่ HR แต่ละคนทำงานอยู่นั้นจะแตกต่างกัน

    ณัฐยาพูดขึ้นมาว่า “ในแต่ละอุตสาหกรรมก็มีการทำงาน สถานการณ์และจังหวะที่แตกต่างกัน แต่มันเป็นความรับผิดชอบหลักของ HRBP ที่จะต้องผสานการทำงาน สถานการณ์และจังหวะการทำงานนั้น ให้เป็นไปในทิศทางที่จะทำให้บริษัทสามารถบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของบริษัทได้ ถึงแม้ว่ารายละเอียดของวิธีการอาจจะแตกต่างกันไป แต่เชื่อได้เลยว่า จุดหมายปลายทางของแต่ละบริษัทจะไม่แตกต่างกัน นั่นคือทำให้บริษัทมีกำไรและเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

    อ้อมรู้สึกมีแรงและกำลังใจมากขึ้นกว่าเดิม เริ่มรับรู้ได้ว่าการเดินทางของเธอเพื่อที่จะเป็น HRBP ไม่ได้มีเพียงแค่ต้องทำความเข้าใจวิธีการทำงานในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่เธอทำอยู่เท่านั้น แต่ยังคงต้องไปศึกษาและทำความเข้าใจ HRBP ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย เพื่อทำให้โลกของเธอเปิดกว้างมากขึ้น

  • บทที่ 12/16: เรื่องเล่าของความสำเร็จ

    อ้อมและณัฐยาตกลงที่จะมีการนัดเจอกันสัปดาห์ละครั้งเพื่อที่จะได้พูดคุยกันในเรื่อง HR trend และเรื่องอื่นๆ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของกันและกัน หลังจากที่เธอทั้งสองได้พยายามศึกษาตำแหน่งงาน HRBP จากประกาศรับสมัครงานในครั้งที่ผ่านมา เย็นวันหนึ่งหลังจากที่เธอพูดคุยเรื่องงาน HR และเรื่องทางวิชาการเสร็จแล้ว เธอก็พูดคุยกันในเรื่องที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น

    “เธอรู้มั้ย ณัฐยา” อ้อมเริ่มพูดก่อน “ฉันรู้สึกทึ่งในความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และวิธีการที่เธอใช้ในการทำงาน HR และเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ มากเลยนะ เธอทำอย่างไรถึงได้เปลี่ยนจากคนทำงาน HR แบบทั่วไป มาเป็น HRBP ได้ล่ะ”

    ณัฐยายิ้มและหยุดคิดชั่วขณะหนึ่ง “อ้อม จริงๆ มันใช้เวลาเหมือนกันนะ มันไม่ได้สามารถทำได้เพียงแค่ชั่วข้ามคืนหรอก” เธอเริ่มประโยค “ตอนที่ฉันเริ่มทำงาน HR ใหม่ๆ งาน HR ที่เรียกว่า HRBP ยังไม่ได้มีความชัดเจนอะไรมากเท่ากับทุกวันนี้ ฉันก็เป็นเหมือนคนทั่วๆ ไปที่ทำงาน HR ในแทบจะทุกฟังก์ชั่นงาน ในขณะที่พยายามสำรวจตัวเองอยู่เหมือนกันว่าแท้จริงแล้ว ฉันถนัดงานในแบบไหนมากกว่า”

    เธอเริ่มเล่าเรื่องตั้งแต่สมัยที่เธอทำงาน HR ใหม่ๆ อุปสรรคต่างๆ ที่ต้องเจอ และเล่าให้ฟังว่าเธอพยายามพัฒนาตัวเองอย่างไร “มีครั้งหนึ่งที่บริษัทที่ฉันทำงานอยู่กำลังเข้าสู่กระบวนการควบรวมกิจการ เอาจริงๆ มันวุ่นวายพอควรเลยทีเดียว แต่เอาจริงๆ นะ ในความรู้สึกวุ่นวายในเวลานั้น ฉันพยายามมองให้เห็นว่าเป็นโอกาส ฉันต้องทำงานกับหน่วยงานธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อทำให้การเปลี่ยนผ่านนั้นผ่านไปได้ด้วยดี ต้องทำให้วัฒนธรรมการทำงานและความเข้าใจของคนทั้งใหม่และเก่าเป็นไปได้ด้วยดีที่สุด เพื่อทำให้พนักงานรู้ว่าพวกเขาทั้งหมดมีคุณค่าต่อบริษัท”

    อ้อมฟังเรื่องของณัฐยาอย่างตั้งใจ พร้อมพูดออกไปว่า “มันเหมือนเป็นจุดกำเนิดหรือจุดเริ่มต้นในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องทางธุรกิจ จนมาเป็น HRBP ของเธอเลยใช่ไหม”

    “ใช่เลยอ้อม” ณัฐยาย้ำความเห็นของอ้อม “แต่ละอุปสรรคและความท้าทายที่เข้ามาในเวลานั้น เหมือนเป็นบันไดทีละขั้นที่ทำให้ฉันสามารถเข้าใจความต้องการของธุรกิจมากขึ้น ฉันใช้ช่วงเวลานั้นในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงไปเป็น HRBP เพื่อที่จะทำให้กลยุทธ์และวิธีการทำงานของ HR สอดคล้องไปกับเป้าหมายของบริษัทให้ได้ ซึ่งนั่นทำให้ฉันต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น”

    เธอทั้งสองพูดคุยกันนานพอสมควรจนถึงเวลาค่ำ ผ่านเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของณัฐยาที่มีทั้งความสำเร็จ ล้มเหลวและบทเรียนต่างๆ อ้อมรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่มีณัฐยาเป็นพี่เลี้ยง เรื่องราวของณัฐยาไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าเท่านั้น แต่มันเป็นเหมือนเส้นทางและวิธีการให้อ้อมสามารถเดินตามเพื่อไปสู่งาน HRBP ในฝันของเธอในอนาคตด้วย

    ทั้งสองคนได้ข้อสรุปบางอย่างร่วมกัน ณัฐยาให้คำแนะนำกับอ้อมว่า “จำไว้นะอ้อม ประสบการณ์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะดีหรือร้าย มันคือบทเรียน ยอมรับมัน เรียนรู้ไปกับมัน และประสบการณ์ต่างๆ เหล่านั้นแหละ ที่จะพาเธอไปสู่ความสำเร็จตามที่เธอตั้งใจไว้ได้”

    อ้อมพยักหน้าด้วยความเข้าใจและรับรู้ได้ถึงเป้าหมายสำคัญของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะตัดสินใจเดินทางในเส้นทางอาชีพ HR ด้วยวิถีทางของเธอแล้วก็ตาม แต่การที่ในเส้นทางที่เธอกำลังเดินนั้น มีผู้ช่วยหรือพี่เลี้ยงเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ย่อมมีเรื่องที่ดีเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

  • บทที่ 11/16: ความคาดหวังในโลกแห่งความเป็นจริง

    หลังจากที่ได้เข้าร่วมประชุม HR ในการประชุมครั้งนั้น และหลังจากที่อ้อมได้กลับมาทำงานตามปกติได้สักระยะ เธอก็เริ่มคิดถึงเป้าหมายใหม่ขึ้นมา เธอมักจะมีคำถามกับตัวเองว่า “บริษัทระดับโลกส่วนใหญ่ คาดหวังอะไรจาก HR Business Partner ?” ความคิดนี้ไม่ได้หมายถึงว่าอ้อมคิดจะลาออกจาก SiamRise แต่มันเป็นเรื่องที่ว่าอ้อมจะขยายกรอบความคิดของเธอออกไปอย่างไรให้เป็นตามมาตรฐานความต้องการระดับชาติต่างหาก

    ในระหว่างที่เธอนั่งจิบชายามบ่าย อ้อมแชร์ความคิดนี้กับณัฐยา “ทำไมเธอไม่ลองเข้าไปดูในประกาศรับสมัครงานล่ะ ในประกาศเหล่านั้นจะบอกถึงความต้องการและความคาดหวังของตำแหน่งงานอยู่ล่ะ” ณัฐยาพูดกับอ้อม

    ทั้งสองคนตกลงกันและช่วยกันในสัปดาห์ถัดมา ที่จะเข้าไปดูว่าประกาศงาน HRBP ของแต่ละที่ที่เป็นบริษัทข้ามชาติต้องการอะไร หลังจากที่ทั้งคู่เปิดดูประกาศรับสมัครงานไปเรื่อยๆ ก็พบรูปแบบที่เป็นมาตรฐานของความต้องการในตำแหน่ง HRBP นี้

    “โดยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมมือกันกับหน่วยงานที่อยู่ต่างประเทศ พร้อมทั้งเอานโยบายบางอย่างมาทำให้เกิดขึ้นจริงที่สำนักงานในประเทศไทย” อ้อมพูดขึ้น หลังจากที่เห็นข้อความทำนองนี้อยู่บ่อยๆ

    “ดูนี่สิ” ณัฐยาพูดขึ้น “หลายๆ ที่คาดหวังว่า HRBP จะต้องมีความรู้เชิงลึกในธุรกิจนั้นๆ ด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้ด้าน HR แต่ต้องรู้ด้วยว่าความรู้ HR จะนำมาช่วยให้ความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจเพิ่มขึ้นได้อย่างไร

    ทั้งคู่ต่างช่วยกันวิเคราะห์แต่ละประกาศตำแหน่งงาน เพื่อที่จะได้ทราบถึงทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน คุณสมบัติ ตลอดไปจนถึงพฤติกรรมที่เหมาะสมที่จะเป็น HRBP อ้อมเองก็รู้สึกประหลาดใจเพราะเห็นว่าประกาศงานหลายอันที่พูดถึงการทำงานร่วมกันได้กับวัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลาย เช่นต้องมีความสามารถในการทำงานกับทีมแบบข้ามสายงานหรืออยู่ในพื้นที่ที่แตกต่างกัน

    หลังจากทำการศึกษาและวิเคราะห์ได้สักพักหนึ่ง อ้อมก็รู้สึกว่าตัวเองได้รับความรู้ใหม่ๆ เป็นอย่างยิ่ง “ประกาศตำแหน่งงานเหล่านี้เป็นมากกว่าแค่ประกาศเพื่อรับสมัครงาน แต่มันเป็นเหมือนเส้นทางที่จะบอกให้คนที่ต้องการเป็น HRBP รู้ด้วยว่าตัวเองต้องมี ต้องเป็น อะไร อย่างไร เพื่อให้มีความสามารถเพียงพอต่อการทำงานในตำแหน่งงานนี้ได้”

    ณัฐยาเห็นด้วย “ใช่เลย ! และตอนนี้เธอก็เข้าใจมากขึ้นแล้วใช่ไหม ว่าเธอควรต้องใส่ใจและทุ่มเทไปกับสิ่งไหน เพื่อที่จะทำให้ตัวเธอเองเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ HR อย่างที่เธอคาดหวัง”

    อ้อมพยายามนำสิ่งที่เธอรู้นี้ไปใช้ในการทำงาน HR ของเธอที่ SiamRise เธอพยายามทำความเข้าใจมากขึ้นถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของแต่ละหน่วยงาน ไปจนถึงพยายามทำความเข้าใจเรื่องธุรกิจของบริษัทให้มากขึ้น ผ่านการช่วยเหลือของหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ ที่เธอเคยสร้างความสัมพันธ์เอาไว้ ซึ่งมันก็ทำให้การเรียนรู้ตรงนี้ของเธอเป็นไปได้ง่ายขึ้นมาก

    ในขณะที่เธอก็พยายามเอาความคิดแบบ Global มาใช้ใน SiamRise ในบางงานตามเท่าที่เธอจะสามารถทำได้ เพื่อเป็นการฝึกฝนไปในตัวด้วย ที่เธอทำแบบนี้ก็เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์ที่อาจะท้าทายมากขึ้นในอนาคตข้างหน้า จากการเปลี่ยนแปลงไปของผู้คนรุ่นใหม่ และเทคโนโลยีที่จะเข้ามาทดแทนการทำงานนั่นเอง

  • บทที่ 10/16: ผลของการไม่หยุดเรียนรู้

    หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาของความวุ่นวายในปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริยธรรมในการทำงานที่ SiamRise อ้อมรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในสำนักงาน สุรินทร์มีความเชื่อมั่นในตัวอ้อมมากขึ้น ในขณะที่เพื่อนร่วมงานของเธอก็มองเธอในมุมที่ต่างไป ที่แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจที่มากขึ้นเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม อ้อมเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วตามยุคสมัยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงาน HR ดังนั้น เธอจึงไม่ยึดติดอยู่กับสายตาของความชื่นชมในเหตุการณ์ที่ผ่านมาของเธอ และพร้อมเสมอที่จะพัฒนาตัวเอง

    ในระหว่างที่อ้อมกำลังดูอีเมลของเธอ สายตาเธอก็ไปเห็นเข้ากับอีเมลเพื่อเชิญเข้าร่วมการประชุมระดับชาติสำหรับผู้ปฏิบัติงาน HR ที่รวบรวมเอาผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่มีวิสัยทัศน์ในงาน HR นี้มารวมกัน อ้อมตื่นเต้นกับงานประชุมนี้และอยากไปเข้าร่วมประชุมด้วย ติดตรงที่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงาน ซึ่งเธอต้องรวบรวมเอาความกล้าหาญที่มีไปขออนุมัติจากสุรินทร์ ซึ่งเธอเองยังไม่แน่ใจนักว่าจะได้รับการอนุมัติจากสุรินทร์หรือไม่ เพราะบางครั้งสุรินทร์ก็จะให้ความเห็นทำนองว่า งาน HR ไม่ได้มีอะไรมากมาย สามารถทำงานแบบเดิมก็ได้ ไม่ก็ศึกษาด้วยตัวเอง ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

    “ทำไมเธอถึงอยากไปเข้าร่วมงานนี้ล่ะอ้อม ?” สุรินทร์ถามคำถาม ผ่านการใช้สายตามองลอดแว่นมายังอ้อม

    อ้อมตอบกลับไปด้วยความกระตือรือร้น อธิบายถึงสิ่งที่คาดว่าจะได้รับจากการเข้าร่วมประชุมนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะตัวเธอ แต่ก็ยังเป็นประโยชน์ต่อบริษัทด้วย ในการนำเอาตัวอย่างดีๆ ในงาน HR มาประยุกต์ใช้ที่ SiamRise สุรินทร์เองเป็นคนที่มีความเชื่อในเรื่องของการเรียนรู้ตลอดชีวิตอยู่แล้ว แสดงออกถึงความเข้าใจในสิ่งที่อ้อมต้องการ แต่ก็ยังอยากจะท้าทายอ้อมอยู่โดยนัย เพื่อไม่ให้การเข้าร่วมประชุมนี้เป็นเหมือนการไปร่วมงานแล้วไม่ได้อะไรกลับมา “ได้สิอ้อม เธอจะไปงานนี้ก็ได้ แล้วพยายามเอาสิ่งที่เธอได้รับจากงานนี้มาใช้กับบริษัทด้วยก็แล้วกัน” สุรินทร์ตอบกลับแบบเสียงแข็งในที แต่ก็มีสายตาแห่งความภาคภูมิใจซ่อนอยู่ด้วยเช่นกัน

    การประชุมเต็มไปด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ อ้อมไปเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วยกันกับณัฐยา ทั้งสองคนเข้าร่วมในหัวข้อเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในงาน HR, เรื่องเกี่ยวกับความฉลาดทางอารมณ์ของผู้นำ และเรื่องเกี่ยวกับการทำงานในอนาคต ในแต่ละหัวข้อล้วนฉายให้เห็นภาพของงาน HR ในอนาคตได้เป็นอย่างดี

    อ้อมได้มีโอกาสพูดคุยกับมายา HR ที่มีประสบการณ์สูงจากยุโรป มายาบอกกับอ้อมว่า “คุณต้องกระหายใคร่รู้กับความรู้ที่จะมาใช้ช่วยงาน HR เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่จะทำให้คุณสามารถตามการเปลี่ยนแปลงได้ทัน และพาตัวเองให้เป็นผู้นำในตลาดได้” ประโยคนี้จากมายาทำให้อ้อมจำมาแบบไม่รู้ลืม

    อ้อมพกพาเอาความคิดสร้างสรรค์และตัวอย่างดีๆ ที่ได้จากการประชุมกลับมาที่ SiamRise เธอจัดเวลาเพื่อจัดทำการประชุมเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับทีมและผู้ที่สนใจ เพื่อส่งต่อสิ่งที่น่าสนใจและสิ่งที่เธอได้เรียนรู้จากการประชุมมีการพูดคุยกันถึงเรื่องการนำเอาแนวโน้มและแนวทางของ HR ในระดับโลกมาใช้ในบริษัท ซึ่งๆ หลายๆ คนก็ให้ความสนใจในหัวข้อนี้

    ไฮไลท์คือสุรินทร์เข้ามาฟังด้วยในระหว่างที่อ้อมกำลังแชร์เรื่องความฉลาดทางอารมณ์ที่มีผลต่อศักยภาพและความสามารถของผู้นำ การปรากฎตัวของสุรินทร์ทำให้บรรยากาศในห้องดูอึมครึมแต่ก็แฝงไปด้วยพลัง ทุกคนอาจจะดูเกร็งเพิ่มขึ้น แต่ปรากฏว่า สิ่งที่ทุกคนเห็นคือ สุรินทร์จะพยักหน้าตอบรับเมื่อเห็นด้วยกับสิ่งที่อ้อมพูด พร้อมทั้งถามคำถามบางคำถามเข้าไป ซึ่งกลับกลายเป็นการทำให้การพูดคุยมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

    สุรินทร์ดึงอ้อมเข้ามาใกล้ มองด้วยสายตาที่แฝงไว้ด้วยความประทับใจอย่างแท้จริง “สิ่งที่เธอนำมาแชร์ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข้อมูลธรรมดาๆ ที่ได้มาจากการประชุม แต่มันเป็นวิสัยทัศน์ของการทำงาน HR ในอนาคตเลยทีเดียว ฉันรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนในการอนุมัติให้เธอเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ พยายามทำต่อไปนะอ้อม”

    อ้อมรู้สึกยินดีที่ได้รับคำชมจากสุรินทร์ เธอดีใจเมื่อได้คิดไตร่ตรองถึงการเดินทางของเธอที่ผ่านมา ที่เธอพยายามทุ่มเทให้กับการเรียนรู้มาโดยตลอด เพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะสามารถนำความรู้ต่างๆ ที่ได้ไปเรียนมานั้น มาทำให้ SiamRise เติบโตก้าวหน้าได้ในโลกที่กำลังอยู่ในสภาวะการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงนี้

    ระหว่างกำลังทางอาหารด้วยกันในวันอาทิตย์ ณัฐยาชื่นชมอ้อมหลังจากที่ได้ฟังเรื่องต่างๆ ที่เธอได้กลับไปทำมาที่ SiamRise หลังจากเข้าร่วมการประชุม HR “อ้อม เธอนี่เหมือนกับฟองน้ำนะ พยายามซึมซับเอาข้อมูลความรู้ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อเอาไปประยุกต์ใช้ในงานจริงที่ SiamRise ฉันเชื่อว่าสักวันหนึ่ง เธอต้องประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ได้แน่ๆ”

  • บทที่ 9/16: เผชิญกับปัญหาทางจริยธรรม

    ความมั่นใจในการสื่อสารที่อ้อมเพิ่งฝึกตัวเองมาใหม่ได้รับการทดสอบเร็วกว่าที่เธอคาดไว้ มีข้อความจากศิริพร ที่ปรึกษากฎหมายของบริษัท เข้ามาในโทรศัพท์ของอ้อมในตอนเย็น “อ้อม เรามีสถานการณ์ที่ต้องรีบดำเนินการ ขอนัดประชุมด่วนพรุ่งนี้เช้า”

    ข่าวนี้แพร่ออกไป มีการละเมิดข้อมูลที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับข้อมูลที่เป็นความลับของพนักงาน ทีม IT พบความผิดปกติบางอย่าง และตอนนี้กำลังดำเนินการแก้ไขและควบคุมสถานการณ์แข่งกันกับเวลา 

    อ้อมรู้สึกว่าท้องไส้ของเธอปั่นป่วนขณะที่เธอนั่งลงกับศิริพรในวันรุ่งขึ้น ศิริพรแนะนําอ้อม น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกังวล “เราต้องดําเนินการอย่างรวดเร็วแต่รอบคอบ” การละเมิดลักษณะนี้อาจส่งผลให้เกิดผลทางกฎหมายและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อความไว้วางใจที่พนักงานมีต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคล

    อ้อมพยักหน้า แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับความร้ายแรงของสถานการณ์นี้ ภาวะที่อ้อมเผชิญอยู่ถือเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาทางจริยธรรมในการปกป้องข้อมูลของพนักงานซึ่งมีความสำคัญ การกระทำของเธอในการจัดการกับสถานการณ์นี้อาจส่งผลต่อความไว้เนื้อเชื่อใจของพนักงานและผลกระทบอีกหลายอย่างที่อาจจะตามมา 

    อ้อมเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับระเบียบปฏิบัติของบริษัท และเป็นคนที่ให้ค่ากับความถูกต้องทางจริยธรรมเป็นอย่างยิ่ง อ้อมทำงานร่วมกับหน่วยงาน IT และกฎหมายของบริษัท เพื่อที่จะทำการสอบสวนสถานการณ์ที่เกิดข้อมูลรั่วไหลนี้ เพื่อให้พบช่องโหว่ของการหลุดรั่วของข้อมูล แลเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลนี้ได้เป็นอย่างดี

    อย่างไรก็ตามความกังวลหลักของอ้อมคือวิธีการสื่อสารข้อมูลนี้กับพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ การทำอย่างโปร่งใสถือว่าเป็นความสําคัญสูงสุด ในขณะเดียวกันก็ต้องคํานึงถึงการป้องกันความตื่นตระหนกโดยไม่จําเป็น และในเมื่อเธอมีความรู้และทักษะด้านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ อ้อมจึงเขียนข้อความขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อสื่อสารกับพนักงานว่าได้รับทราบปัญหาแล้ว ตอนนี้กำลังดำเนินการแก้ไข และแจ้งให้พนักงานทราบถึงมาตรการต่างๆ ที่กำลังดำเนินการอยู่ในตอนนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพนักงาน

    เวลาผ่านไป จากวันเป็นสัปดาห์ จากการตรวจสอบอย่างเข้มงวด การละเมิดและการรั่วไหลของข้อมูลได้รับการจัดการจนสำเร็จ มาตรการการป้องกันก็ถูกยกระดับให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ระหว่างการประชุม ศิริพรแสดงสีหน้าอย่างมั่นใจและพยักหน้าให้อ้อม ก่อนที่จะพูดว่า “อ้อม เธอแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการกับสถานการณ์นี้ เธอสามารถจัดการงานในภาวะที่มีความกดดันสูงได้ดี และยังสามารถปฏิบัติได้ตามระเบียบของบริษัทและตามหลักจริยธรรมได้ดีจริงๆ”

    ขณะที่อ้อมเดินกลับไปที่โต๊ะทํางาน เธอใช้เวลาสักครู่เพื่อไตร่ตรองถึงเหตุการณ์ล่าสุด เธอตระหนักว่าบทบาทของ HRBP ครอบคลุมมากกว่าแค่กลยุทธ์,  ความสัมพันธ์ หรือการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ แต่บทบาทนี้ต้องการความซื่อสัตย์สุจริตและความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ต่อมาตรฐานทางจริยธรรม ตลอดจนระเบียบปฏิบัติงานของบริษัท การรักษาความลับของพนักงาน ความไว้วางใจของพนักงาน เป็นเรื่องต้องรักษามาตรฐานเอาไว้อย่างสูงสุด

    สัปดาห์ต่อมาสุรินทร์เรียกอ้อมไปที่ห้องทํางานของเขา “อ้อม, ผมได้รับทราบเรื่องการจัดการในสถานการณ์วิกฤติล่าสุดของคุณแล้วล่ะ ผมขอขอบคุณในการดำเนินการของคุณในครั้งนี้ ที่มันสะท้องถึงทั้งวิธีการจัดการ ความซื่อสัตย์สุจริตและมาตรฐานทางจริยธรรมของคุณ ซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมของ SiamRise   เป็นอีกครั้งนะ ที่คุณได้แสดงให้เห็นว่าคุณไม่เพียงแต่เป็นพนักงานที่มีค่าของทีมเรา แต่ยังเป็น HRBP ที่เชื่อถือได้อย่างแท้จริง”

    สําหรับอ้อม คําพูดของสุรินทร์เป็นมากกว่าแค่เพียงคําชม มันเป็นการยืนยันเรื่องความเชื่อมั่นทางจริยธรรมที่เธอใช้ในการทำงานตลอดมา ความเชื่อของเธอได้รับการตอกย้ําว่า เพื่อที่จะเป็น HRBP ที่ประสบความสําเร็จ ความซื่อสัตย์และการทำงานบนพื้นฐานของจริยธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากจริงๆ

  • ChatGPT กิน “ข้อมูล” เป็นอาหาร ถ้าคุณรู้เรื่องนี้ คุณจะ “สั่ง” ChatGPT ได้ดีขึ้นอีกเยอะจริงๆ

    ทำไมผมถึงบอกแบบนี้…

    ต้องเท้าความกันมาซักนิดให้เห็นภาพกันซักหน่อยก่อนก็แล้วกัน

    ถ้าผมถามว่า ChatGPT กำเนิดมาจากอะไร ทำไมมันถึงตอบอะไรๆ ได้เหมือนเป็น “พหูสูตร” (ขออนุญาตใช้คำสมัยก่อนนิดนึงก็แล้วกันนะครับ)

    คำตอบคือ ChatGPT ถูกสอนด้วยข้อมูลมหาซาลบนอินเตอร์เน็ต เหมือนที่ผมเคยบอกไว้ว่า “ChatGPT เหมือนคนที่ถูกขังเอาไว้ในห้องสมุด มีคนส่งข้าวส่งน้ำมาให้ หน้าที่คืออ่านหนังสือให้หมด แล้วจำมาตอบเวลามีคนถาม”

    ทีนี้ ถ้าคิดดูให้ดีๆ เจ้า ChatGPT ก็ถูก “ฟีด” (ให้อาหารนี่แหละ) เป็นข้อมูลมาตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้นแล้ว คงไม่มี “ความรู้” หรือ “ความจำ” อะไร มาให้คำตอบเราได้อย่างแน่แท้

    ในเมื่อรู้แบบนี้แล้ว เลยอยากชวนมาให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูล เพื่อใช้ในการสั่ง ChatGPT ทำงานในแบบที่เราต้องการ ความสำคัญคือ อย่าให้ข้อมูลที่เป็นความลับขององค์กร, อย่าให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนตามหลักการ PDPA เข้าไป เพราะอาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยหรือข้อมูลนั้นรั่วไหลไปได้

    ข้อสุดท้ายคือ “ข้อมูลที่ให้ควรต้องเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์โดยตรงกับสิ่งที่เราต้องการจาก ChatGPT” อันนี้เคยมีอยู่ประโยคนึงบอกเอาไว้ว่า “ถ้าเราให้ข้อมูลขยะเข้าไป เราก็จะได้ข้อมูลขยะออกมา”

    กลับมาที่เรื่อง ChatGPT กินข้อมูลเป็นอาหารอีกครั้ง และเพื่อทำให้เข้าใจและเห็นภาพได้ง่ายขึ้น จะขอยกตัวอย่างมาแบบนี้ครับ

    1. “ช่วยเขียนประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งผู้จัดการ HR สำหรับอุตสาหกรรมปิโครเคมี โดยต้องการคนที่มีประสบการณ์ประมาณ 10 ปี ออกมาให้หน่อย” คุณคิดว่า ประกาศที่ได้มาจะเหมาะกับความรับผิดชอบ ตัวชี้วัด และคุณสมบัติ กับตำแหน่งผู้จัดการ HR สำหรับองค์กรคุณไหม ถ้าคุณไม่ได้ให้ข้อมูลจำเป็นเรื่องความรับผิดชอบ ตัวชี้วัด และคุณสมบัติอะไรเข้าไปเลย
    2. “ช่วยสร้างคำถามสัมภาษณ์งานของตำแหน่งผู้จัดการ HR มาให้ 10 คำถาม” คำถามคือ ถ้าไม่ได้ให้ความคาดหวังของตำแหน่งงาน, เกณฑ์การประเมินในการสัมภาษณ์, คุณสมบัติจำเป็นที่ต้องมี, Competency ที่ต้องสนใจ รวมไปทั้งต้องการคำถามแบบไหน “เชิงพฤติกรรม” “เชิงจิตวิทยา” คุณจะได้คำถามสัมภาษณ์งาน ที่เอามาใช้ในการคัดเลือกผู้สมัครได้จริงๆ เหรอ และนี่คือความสำคัญของการให้ “ข้อมูล”
    3. “ช่วยวิเคราะห์ตำแหน่งงานผู้จัดการ HR เพื่อสร้างแผนการพัฒนาในตำแหน่งงานนี้ให้หน่อย” ตรงนี้ก็ยังขาดข้อมูล เรื่องความรับผิดชอบของตำแหน่งงาน, ความรู้ความสามารถที่จำเป็น ไปจนถึงความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ หรือผลงานของคนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หรือคนที่กำลังจะก้าวขึ้นมาในตำแหน่งนี้ ถ้าไม่ได้ให้ข้อมูลเหล่านี้เข้าไป คุณคิดว่า ChatGPT จะสามารถทำการวิเคราะห์ได้ไหม หรือสุดท้าย ChatGPT ใช้การจำได้จากการอ่านหนังสือในห้องสมุด หรือข้อมูลต่างๆ ในอินเตอร์เน็ต มาสร้างให้เรา

    อยากชวนมาสนใจเรื่องของการให้ “ข้อมูล” นี้ครับ เพราะเพียงแค่คุณให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และจำเป็น คุณจะเห็นคำตอบที่ทั้งแตกต่าง และเอาไปใช้จริงในงานของคุณได้ด้วย

    และนี่แหละครับ เรื่องหลักสำคัญของการให้ “ข้อมูล”

    อย่าลืมนะครับว่า ChatGPT กิน “ข้อมูล” เป็นอาหาร เพื่อเอาไปสร้างข้อมูลที่ดีกว่ามาให้เรา

    ในตอนหน้า ผมจะมาบอกต่อว่า หลังจากให้ข้อมูลไปแล้ว เราควรให้อะไรอีก หากเรากำลังสมมติให้ ChatGPT มาเป็นเชฟ เพื่อปรุงอาหารให้เรากิน คอยติดตามกันไว้นะครับ

  • บทที่ 8/16: ความเชี่ยวชาญในการสื่อสาร

    SiamRise เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาหลังจากดำเนินการเรื่องแผนการขยายบริษัทสำเร็จ ตอนนี้อ้อมกำลังอยู่ในที่ประชุมของผู้บริหารระดับสูง เพื่ออธิบายแผนงานและกลยุทธ์ด้าน HR ที่อาจจะมีความซับซ้อนอยู่บ้าง แต่การนำเสนอบางแผนงงานของเธอก็ทำให้ผู้บริหารบางคนไม่เข้าใจและแสดงออกถึงความสับสน 

    สุรินทร์ไปหาเธอที่ห้องทำงาน หลังจากที่เธอเสนอแนวคิดใหม่ให้กับผู้บริหารระดับสูง และพูดว่า “อ้อม เธอมีไอเดียที่ดี แต่เธอต้องทําให้ไอเดียเหล่านั้นน่าสนใจและเข้าใจได้มากขึ้นกว่านี้”

    อ้อมคิดถึงสิ่งที่คุณสุรินทร์พูด เธอเข้าใจว่าแม้ว่าเธอจะรู้ว่าเธอกําลังพูดถึงเรื่องอะไร แต่เธอก็ต้องปรับปรุงวิธีที่เธออธิบายสิ่งเหล่านั้นให้คนอื่นเข้าใจ เพื่อทำให้เธอมีความสามารถในเรื่องนี้มากขึ้นและทำได้ดีขึ้น เธอจึงตัดสินใจสมัครเรียนในหลักสูตรที่ชื่อว่า “การสื่อสารที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่การสื่อคำ แต่ต้องทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ฟัง”

    มีผู้อบรมมาจากหลากหลายอุตสาหกรรม อนันยาวิทยากรที่มีความสามารถในการสื่อสารที่ดีและน่าสนใจ เริ่มต้นบทเรียนด้วยคำพูดที่ว่า “บ่อยครั้ง มันไม่ใช่เฉพาะเรื่องสิ่งที่คุณจะพูด แต่มันขึ้นอยู่กับวิธีการและเรื่องราวที่คุณจะเล่าให้ผู้คนได้ฟังต่างหาก”

    การเรียนในครั้งนี้สอนอ้อมเป็นอย่างมาก อ้อมได้เรียนรู้ในหลายเรื่อง เช่น เรื่องการใช้ภาษากายในการสื่อสาร การใช้พลังของเรื่องเล่าที่จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ฟัง และความสำคัญในการฟังผู้อื่นอย่างมีความเห็นอกเห็นใจ กิจกรรมที่สำคัญอันหนึ่งในการเรียนรู้ครั้งนี้ของอ้อมคือ การฝึกการรับมือกับข่าวปลอมที่เกิดขึ้น โดยผู้เรียนต้องพยายามอธิบายข้อมูลหรือความคิดที่ซับซ้อนให้กับผู้สื่อข่าวให้ได้

    เมื่อมาถึงเวลาของอ้อม เธอต้องพูดเกี่ยวกับปัญหาในงาน HR ที่เธอและบริษัทต้องวางแผนในการรับมือนั้น ในขณะที่เพื่อนๆ ถามคำถามกับเธอเพื่อทำการฝึก อ้อมก็สามารถใช้สิ่งที่เรียนรู้มาตลอดในการอบรมครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี ที่สามารถทำให้เพื่อนๆ เกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ในขณะที่เธอเองก็มีความนิ่งสงบขึ้นด้วยเวลาที่ต้องตอบคำถามยากๆ

    เมื่ออ้อมกลับมาที่ SiamRise ทักษะใหม่อันนี้ทำให้เธอทำการสื่อสารได้ดีขึ้น เธอไม่ได้ให้เพียงแค่ให้ข้อเท็จจริงและวิธีการดำเนินงาน แต่เธอเพิ่มเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับผู้ฟังไว้ด้วย ซึ่งทําให้เรื่องนั้นน่าสนใจและเป็นที่เข้าใจและจดจำได้ง่าย เธอใช้ทักษะการฟังด้วยความเห็นอกเห็นใจในการพูดคุยกับทีมงานของเธอ ซึ่งทําให้ทีมของเธอรู้สึกว่าความคิดเห็นของพวกเขาได้รับฟังจริงๆ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ทําให้เธอเป็นคนที่สามารถพูดคุยด้วยได้ง่ายขึ้น แต่ยังสนับสนุนให้ผู้คนสามารถพูดคุยกันได้อย่างเป็นกันเอง

    เธอยังเปลี่ยนวิธีที่เธอนําเสนอต่อผู้บริหารระดับสูงด้วย แทนที่จะนำเสนอโดยการใช้ข้อมูลและคำศัพท์เฉพาะทาง อ้อมเริ่มต้นด้วยเรื่องราวที่นําเอาปัญหาหลักออกมานำเสนอก่อน จากนั้นเธอจึงนำเสนอคําตอบเชิงกลยุทธ์ของเธอ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับรากของปัญหาหรือเรื่องราวนั้น สิ่งนี้ช่วยให้ผู้คนเข้าใจว่ากลยุทธ์ของเธอจะทํางานอย่างไร โดยทำให้แนวคิดของเธอนั้นมีได้รับการยอมรับมากขึ้น

    วันหนึ่งสุรินทร์มาหาเธอ หลังจากที่เธอได้นำเสนอวิธีการอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการรักษาพนักงานที่ดีไว้กับบริษัท นักธุรกิจที่มีสีหน้าจริงจังตลอดเวลาคนนี้พูดว่า “ขอบคุณอ้อม” เขาหยุดคิดนิดหนึ่ง เพื่อหาคําพูดที่เหมาะสม “การนำเสนอครั้งนี้ของเธอไม่เพียงแต่เป็นการให้ข้อมูลและวิธีการที่ดีเท่านั้น แต่มันยังมีพลังเป็นอย่างยิ่ง วิธีที่เธอใช้ในการเล่าเรื่องนี้ให้กับผู้บริหารฟัง มันเหมือนกับการวาดรูปที่ทำให้ทุกคนเห็นภาพและเข้าใจได้ง่าย มันน่าประทับใจมากจริงๆ”

    คําพูดของสุรินทร์แสดงให้อ้อมเห็นว่าเธอโตขึ้นมากแค่ไหน และเธอได้เรียนรู้จากไปเข้าอบรมมามากแค่ไหน เธอเติบโตขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่ในฐานะพนักงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล แต่ยังเป็นคนที่สามารถพูดคุยกับผู้คนและช่วยให้พวกเขาเข้าใจได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย