ช่วงนี้ผมอยู่ในห้วงเวลาของความสงสัยและอยากจะศึกษา ไปจนถึงทดลองทำเรื่อง Manifestation
ต้องขออนุญาตบอกไว้ตรงนี้ก่อนว่า ผมเปิดโรงเรียนในใจไว้หนึ่งโรงเรียน มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาคนไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคิด ชีวิต และจิตใจ ซึ่งโรงเรียนนี้มีชื่อว่า “Seeder School – โรงเรียนบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์” ที่มีคติประจำโรงเรียนว่า “สงสัย – ศึกษา – ทดลองทำ” ซึ่งเอาจริงๆ มันก็มีที่มาจากตัวผมที่ชอบสงสัยและศึกษาอะไรไปเรื่อยเปื่อย แต่ก็ทำให้ได้พบกับตัวเองว่า “ถ้าทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เราจะตามโลกนี้ได้ทัน” และนั่นมันก็คือคอนเส็ปต์ของ “การเรียนรู้ตลอดเวลา” หรือ “การเรียนรู้เพื่อให้รู้ว่าเราต้องเรียนอย่างไร”
เอาล่ะกลับมาที่เรื่องสัธกูรูและ Manifestation อีกครั้ง…
ผมเข้าไปพยายามควานหา ศึกษาหาความรู้จากแหล่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ก็ใช้ นั่นคือ “แอปแดง” เวลาที่เราต้องเลี่ยงคำพูดเมื่อต้องสื่อสารบนโลกโซเชียล แต่ถ้าเอาแบบตรงไปตรงมาก็เรียกว่า “ยูทูป” นี่แหละ
ผมอยากเข้าใจมากกว่านี้ ว่าต้องทำอย่างไร เพราะอยากเอาไปทดลองทำด้วย ว่ามันจะได้ผลจริงไหม เอาจริงๆ ในใจลึกๆ ผมก็อยากให้มันสำเร็จและเกิดขึ้นได้จริงๆ เชื่อว่า มากกว่า 80% ของคนที่อ่านเรื่องนี้อยู่ ก็น่าจะคิดในทำนองเดียวกันกับผมนี่แหละ
สำหรับผม ผมยังไม่รู้ว่าจะใช้คำไทยว่าอะไรดี สำหรับคำว่า Manifestation หรือ Manifest เพราะเท่าที่ค้นหาดูมันอาจเป็นได้ทั้ง “กฎแรงดึงดูด” “พลังจักรวาล” “จักรวาลจัดสรร” ที่สุดท้ายปลายทางของความหมายของคำเหล่านั้นก็คือ “ทำให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ปรารถนา”
(ผมเลือกใช้คำว่า “ปรารถนา” มากกว่าคำว่า “อยาก” เพราะผมคิดว่าปรารถนามีพลังทางบวกมากกว่าอยากอยู่เยอะ ซึ่งอันนี้ก็คงต้องแล้วแต่ความชอบของคน)
จากคำบอกเล่าของสัธกูรู ที่ได้ไปเจอมาในยูทูป ที่ผมคิดว่าเป็นคลิปหนึ่งที่ทำให้เข้าใจเรื่องนี้ได้ง่ายที่สุด อันดับแรก สัธกูรู บอกว่า
“ถ้าเราทำให้ 4 อย่างนี้ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างสมบูรณ์ สิ่งที่เราปรารถนาไว้ จะกลายเป็นจริง”
แต่ก่อนที่จะเข้าสู่เรื่อง 4 อย่างที่ว่า สัธกูรูก็บอกไว้อีกครั้งว่า “มนุษย์สามารถทำให้ทุกสิ่งเป็นจริงได้ ไม่เป็นอะไรที่เกินเลยความสามารถของมนุษย์ธรรมดาๆ อย่างพวกเราเลย”
“สิ่งที่ไม่เคยคิดมมาก่อนว่าจะมีได้ในเมื่อวาน อาจเกิดขึ้นและมีได้ในวันนี้ แค่เริ่มที่จุดแรกที่มีอยู่ในตัวคุณอยู่แล้ว นั่นก็คือ จิต ของคุณนั่นเอง”
ถ้าจะให้ยกตัวอย่างในแบบที่จับต้องได้ ก็ต้องเป็นเรื่องของ “เครื่องบิน” ที่สมัยก่อน มนุษย์มีความฝันอยากบินได้เหมือนนก เพื่อที่จะได้เห็นโลกในมุมที่ไม่เคยได้เห็น คนที่มีความตั้งใจและปรารถนาจะให้มันเกิดขึ้นให้ได้ ก็เริ่มจากการตั้ง “จิต” อย่างแน่วแน่เสียก่อน หลังจากนั้นก็ตามมาด้วย “จินตนาการ”
ซึ่งอันนี้ ไอน์สไตน์ ก็เคยบอกเอาไว้ว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” แต่ผมจะขอเปลี่ยนประโยคนี้ของไอน์สไตน์ไปซักหน่อย เพราะผมคิดว่า “จินตนาการ มาก่อน ความรู้” เพราะเมื่อไหร่ที่เราจินตนาการได้ ตั้งจิตให้มุ่งมั่นได้ เดี๋ยวเราก็จะพยายามพาตัวเองไปหาความรู้มาให้ได้นั่นเอง
กลับมาที่สัธกูรูอีกครั้ง สิ่งที่สัธกูรูบอกก็คือ “ทุกสิ่งที่เราเห็นว่าเกิดขึ้นในโลกมนุษย์นี้ ไม่ได้เกิดขึ้นมาเป็นครั้งแรก แต่เป็นการเกิดขึ้นมาเป็นครั้งที่สอง”
“เพราะครั้งแรกที่สิ่งนี้เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นในจิตและจินตนาการของคนที่ปรารถนาให้สิ่งนี้เกิดขึ้นมาได้จริงๆ”
(ไม่ว่าเรื่องนั้นมันจะเป็นเรื่องร้ายหรือเรื่องดี แต่จริงๆ แล้วเราควรปรารถนาแต่เรื่องดีๆ เรื่องที่จรรโลงใจ และสรรสร้างสังคมให้ดีขึ้น จริงไหมล่ะ)
ดังนั้น ขอให้เรียนรู้ที่จะสร้างสิ่งที่ถูกต้อง, สิ่งดีๆ ที่ตัวเองปรารถนา สร้างสิ่งนั้นให้เกิดขึ้นในจิตและจินตนการของตัวเองเสียก่อน

Leave a comment