มีเรื่องเล่าพื้นบ้าน เป็นนิทานของชาวแอฟริกันอยู่เรื่องหนึ่ง เรื่องมันมีอยู่ว่า…
ชายคนหนึ่งมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง ที่วันนี้ เขาจะได้นำเอาแหวนที่สู้อุตส่าห์เก็บสะสมเงินที่ได้จากความขยันหมั่นเพียรในการทำงานไปซื้อมา เพื่อมาขอหญิงคนรักแต่งงาน
หญิงสาวคู่รักของชายหนุ่ม อาศัยอยู่กับครอบครัวของเธอในอีกฟากฝั่งของแม่น้ำ
ด้วยความลิงโลดดีใจของชายหนุ่ม เขารีบวิ่งตรงไปบ้านของหญิงสาว โดยวิ่งข้ามแม่น้ำในส่วนที่เป็นเกาะแก่งที่แคบที่สุด เขากระโดดไปบนหินแต่ละก้อน ตรงเกาะแก่งนั้น
แต่พอมาถึงหินก้อนสุดท้ายใกล้ขึ้นฝั่ง เขาลื่นล้มหลังจากเหยียบหินก้อนนั้น ก้นจ้ำเบ้า พร้อมกับแหวนที่หลุดลอยออกจากมือและตกลงไปในแม่น้ำ
เขาตกใจ หน้าซีดเผือก เปลี่ยนจากรอยยิ้มแห่งความสุขบนใบหน้า เป็นความเศร้าเต็มประดา ที่ดูเหมือนจะมีน้ำในตาที่เริ่มไหล
เขาพยายามมองหาแหวนที่หล่นลงไปในแม่น้ำ มองซ้ายที ขวาที หาตามซอกหลืบของหิน ควานหา ขุดดิน เพื่อหวังว่าจะเจอแหวนล้ำค่าวงนั้นได้อย่างเร็วไว แต่เขาก็หาไม่เจอ
คนบนฝั่งที่เห็นเหตุการณ์ และกำลังดูสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังทำ พยายามช่วยเหลือและอยากให้เขาหาแหวนวงนั้นให้เจอ พวกเขาตะโกนลงมาว่า
“นั่งลงก่อนพี่ชาย นั่งลง พักสักแป๊บนึงก่อน หายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติก่อน”
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเสียงตะโกนนั้น เพราะในใจเขาร้อนรนเต็มที เพราะกลัวว่าจะหาแหวนไม่เจอ
เขาควานหาแหวนในน้ำต่อไป ทำเหมือนเดิม โดยไม่สนใจเสียงคนบนฝั่ง
ส่วนคนบนฝั่งก็ยังไม่ละความพยายาม พวกเขาตะโกนลงมาอีกครั้ง
“เอาน่า พี่ชาย พักสักแป๊บนะพี่ พี่กำลังอยู่ในความตระหนกตกใจ นั่งลงแป๊บนึงก่อน พักก่อน”
คราวนี้เขาฟัง เพราะเขารู้สึกว่าหาจนเหนื่อยแล้วจริงๆ เขานั่งลงบนก้อนหินที่ทำให้เขาลื่นล้ม เขานั่งพัก พร้อมกับปล่อยความคิดทุกอย่างไปตามที่คนบนฝั่งแนะนำ ไม่ได้สนใจแล้วว่าจะหาแหวนเจอหรือไม่ เขานั่งพัก เพราะเหนื่อยจากการหาแหวนวงนั้นแล้วจริงๆ
แต่เมื่อเขานั่งพักไปสักพัก โคลนที่เขาขุดหาแหวนก็เริ่มตกตะกอน น้ำที่เคยขุ่นจากการควานหาแหวนของเขาเริ่มสงบและใสขึ้น เขามองไปเห็นแสงสะท้อนที่ใต้น้ำ แถวๆ ปลายเท้าของเขา
เขาก้มลงไปดูที่แสงสะท้อนนั้น แล้วก็พบว่า มันคือแหวนวงนั้น ที่เขาพยายามควานหาอยู่นั่นเอง
เขาดีใจ ตะโกนขอบคุณคนบนฝั่ง แล้วรีบวิ่งหน้าตั้งไปหาหญิงคนรัก เพื่อขอเธอแต่งงาน
กลับมาในโลกแห่งความจริงของเรา มันก็เช่นเดียวกัน เวลาที่เราอยากได้อะไร เราต้องคิดและจินตนาการให้ได้ก่อน ว่าสิ่งนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร รูปแบบเป็นแบบไหน เพื่อที่จะได้ไปหาได้ถูก
และที่สำคัญ ความสงบ ความนิ่งของจิตในใจ จะทำให้เราเห็นภาพนั้นได้ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เหมือนกันกับที่คนบนฝั่งขอให้ชายหนุ่มนั่งพัก เพื่อรอเวลาให้น้ำใส ที่จะทำให้เขาเห็นแหวนได้ชัดเจนขึ้นนั่นเอง
เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ขึ้นมาสักนิดนึง ถึงการคิดและจินตนาการในสิ่งที่อยากได้ เราอาจจะอยากซื้อกระเป๋าใส่คอมพิวเตอร์หนึ่งใบจากร้านค้าออนไลน์ เราคงต้องคิดให้ได้ก่อนว่า หน้าตาของกระเป๋าที่เราอยากได้นั้น เป็นอย่างไร ใช้วัสดุแบบไหน สีอะไร ดีไซน์เป็นแบบไหน ยิ่งละเอียดได้เท่าไหร่ยิ่งดี เพราะจะทำให้เราค้นหาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ไม่อย่างนั้นแล้ว เราคงต้องไถหน้าจอโทรศัพท์ไปเป็นวัน กว่าจะเจอกระเป๋าใบที่ถูกใจ
นอกเหนือไปจากการเห็นภาพให้ชัด ว่าอยากได้หรือปรารถนาในสิ่งไหน สิ่งที่อยากเพิ่มให้อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญพอๆ กันก็คือ
“ต้องเห็นและรู้สึกให้ได้ด้วยว่า หลังจากได้รับสิ่งนั้นไปแล้ว ตัวเราเป็นอย่างไร ทั้งการคิด การพูดจาก หรือการแสดงออกทางสีหน้า ท่าทางและพฤติกรรม”
เหมือนกับชายคนนั้น ที่พอเมื่อพบแหวนของเขา ก็รีบวิ่งไปหาหญิงคู่รักในทันที เชื่อได้ว่า ภาพในหัวของเขา ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขอแต่งงาน แต่น่าจะเห็นภาพและรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่ได้อยู่ร่วมกันไปแล้วนั่นเอง
เรื่องการรับรู้ รู้สึก ไปจนถึงการแสดงออก เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมันกำลังจะทำให้เราก้าวไปอีกขั้นของการ Manifest เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่าเราได้รับในสิ่งที่ปรารถนาไว้มาแล้ว
เช่น ถ้าคุณปรารถนาจะเป็นนักพูดที่ประสบความสำเร็จ มีคนติดตามฟังจนล้นทุกเวที และที่สำคัญคือ คนที่มาฟังเหล่านั้น สามารถนำข้อคิดที่คุณพูด วิธีการที่คุณแชร์ ไปเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาให้ดีขึ้นได้ด้วย
“ตัวคุณเป็นอย่างไร รู้สึกอย่างไร ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ”
หรือ ถ้าคุณปรารถนาจะประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักลงมาจนมีค่า BMI อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จะทำอะไรก็จะได้ดูคล่องแคล่วว่องไว ไม่เหนื่อยง่าย แถมหาเสื้อผ้าใส่ก็ดูสมส่วน ไม่เล็ก ไม่ใหญ่เกินไป
ก็ให้คิดและจินตนาการต่อไปอีกขั้นว่า เมื่อทำให้ร่างกายของคุณมีค่า BMI อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแล้ว
“ตัวคุณเป็นอย่างไร รู้สึกอย่างไร ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ”
ถ้าคุณคิดและเห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่า จะเป็นอย่างไร จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง คุณ “เป็น” อย่างไรบ้าง นั่นก็ทำให้คุณเข้าใกล้ความเป็นจริง ตามที่สัธกูรูบอกไว้
“ทุกสิ่งในโลกนี้เกิดขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกในความคิดด้วยจิตและจินตนาการของเรา แล้วครั้งที่สอง มันจะเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ได้จริงๆ”

Leave a comment