Category: Human
-

แล้วถ้าคุณทำอย่างนี้ทุกวัน แล้วมันทำให้คุณล้มเหลว หรือยังไม่ได้ในสิ่งที่คุณปรารถนา มันจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณอย่างนั้นเหรอ ? สำหรับคนที่ตั้งจิตมั่น มุ่งมั่น และพยายาม ไม่มีเรื่องไหนถูกตีค่าว่ามันคือความล้มเหลวหรอก เพราะถ้าหากคุณต้องพบกับความล้มเหลว 100 ครั้ง คุณจะไม่คิดว่ามัน “เป็น” ความล้มเหลว แต่คุณจะคิดว่า มัน “เป็น” 100 บทเรียนที่ทำให้คุณได้เรียนรู้ และได้เข้าใกล้สู่เป้าหมายของคุณมากขึ้น และถ้าคุณให้คำมั่นสัญญากับตัวคุณแบบนี้ไว้ในทุกๆ วัน จิตของคุณจะเริ่มตั้งมั่น จะเริ่มใส และเริ่มเห็น “จิตใจ” ได้ชัดขึ้น เมื่อจิตของคุณใสและชัดขึ้น สิ่งที่จิตคุณคิดไปในทางเดียวกับความรู้สึก “อารมณ์” ของคุณก็จะเข้าสู่สภาวะตั้งมั่นและมั่นคง เมื่อ “จิต” และ “อารมณ์” เข้าใจกันและไปในทิศทางเดียวกัน “พลังงาน” ของคุณจะรับรู้ได้ และถูกใช้ไปในทิศทางเดียวกันกับจิตและอารมณ์ เมื่อ “จิต” “อารมณ์” และ “พลังงาน” ไปในทิศทางเดียวกัน “ร่างกาย” การแสดงออก และพฤติกรรมต่างๆ ของคุณ ก็จะถูกจัดระเบียบให้ไปในทิศทางเดียวกันด้วย และเมื่อทั้ง 4 อย่างนี้ ไปในทิศทางเดียวกันเมื่อไหร่…
-

สัธกูรูถามคนที่ฟังบรรยายในห้องประชุมว่า “ถ้าตอนนี้ ฉันจะขอถามเธอสัก 2 คำถาม ให้เธอช่วยตอบทั้ง 2 คำถามนี้จะได้ไหม ?” “คำถามแรก จากที่ที่เธอนั่งอยู่ในตอนนี้ เธอสามารถบินมาหาฉันได้ไหม ?” “เธอคงจะตอบว่าไม่ได้สินะ” “คำถามที่สอง จากที่ที่เธอนั่งอยู่ตอนนี้ เธอลุกขึ้น แล้วเดินมาหาฉันได้ไหม ?” “เธอน่าจะตอบว่า ได้ และเตรียมที่จะลุกขึ้นแล้วเดินมาหาฉัน” คำตอบจาก 2 คำถามนี้กำลังจะบอกว่าอะไร ? สัธกูรู อธิบายไว้แบบนี้ “คำตอบที่เธอตอบออกมา ล้วนมาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของตัวเธอเอง และจากประสบการณ์ของเธอคือ เธอเดินได้ เธอไม่สามารถบินได้” เอาจริงๆ แล้ว เรากำลังใช้สิ่งที่เราเคยผ่านมันมา เป็นตัวกำหนดว่า “อะไรเป็นไปได้” และ “อะไรเป็นไปไม่ได้” ทั้งในปัจจุบันและต่อไปยังอนาคต ซึ่งต้องถามตัวเองต่อไปอีกว่า “มันถูกต้องและสมควรหรือไม่ ?” แต่ถ้าเราอยากฝึกจิตไปกับเรื่อง Manifestation นี้จริงๆ เราต้องปลูกฝังความเชื่อให้กับตัวเองเสียใหม่ “สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจนถึงทุกวันนี้ ไม่ได้หมายความว่า จะเกิดขึ้นไม่ได้ในวันพรุ่งนี้ เพราะมนุษย์อย่างเรา มีความสามารถเพียงพอ ที่จะทำให้หลายๆ สิ่ง…
-

สาเหตุที่ต้องชวนทำแบบนี้ก่อน เพราะขั้นตอนต่อไปจะทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากจะทำให้ “จิตตั้งมั่น” มีความเข้มข้นสูงขึ้น และโอกาสเป็นจริงก็จะเพิ่มมากขึ้น ผมคิดว่า คุณน่าจะยังจำเรื่อง “มนุษย์ กับ ลิง” ได้ จิตเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เหมือนกับการเคลื่อนไหวของลิง จิตพร้อมจะวอกแวกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกปัจจุบัน ที่เรามีสิ่งเร้ามาดึงสมาธิให้กระเจิดกระเจิงได้ง่ายขึ้น พอๆ กับสภาพจิตใจที่พร้อมจะหวั่นไหว จากความไม่มั่นคงและการเปลี่ยนแปลงไว ในโลกปัจจุบัน ดังนั้น เราต้องคอยสังเกต “จิตของเรา” และพยายามเปลี่ยนจาก “จิตที่ควบคุมเรา” ให้กลายเป็น “เราที่ควบคุมจิต” และรู้ตัวไปพร้อมกับรู้จิตอยู่เสมอ ซึ่งมีผลที่ส่งไปให้จิตมีความมั่นคงและตั้งมั่นได้มากขึ้น เมื่อไหร่ที่จิตตั้งมั่นมากขึ้น มุ่งมั่นมากขึ้น สิ่งนี้จะเกิดขึ้นตามมา ที่คนส่วนใหญ่เรียกสิ่งนี้ว่า “ศรัทธา” อยากให้ลองนึกถึงคนที่มีศรัทธาอย่างแรงกล้า ซึ่งเขาเหล่านั้นมักจะอยู่ในวัด วิหาร หรือสถานที่ทางศาสนา ในตัวอย่างที่สัธกูรูยกมา คนคนนั้นเป็นผู้เลื่อมใสศรัทธาที่อยู่ในศาสนาฮินดู เขาปรารถนาจะมีบ้านสักหลัง แต่เขาไม่มีเงินพอจะสร้างบ้านได้ เขาวิงวอนขอต่อพระเจ้า เขาเชื่อมั่นและศรัทธาว่าพระเจ้าจะช่วยเหลือเขา และเขาจะมีบ้านหลังนั้นในที่สุด เขาเฝ้าสวดมนต์ วิงวอน และแสดงความศรัทธาอย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ ไม่มีความคิดใดที่แวบเข้ามาในหัวแล้วบอกว่า พระเจ้าจะไม่มอบให้ หรือมันเป็นไปไม่ได้ เขายังคงเชื่อมั่นและศรัทธาอย่างสุดซึ้ง ว่าสิ่งนี้เป็นไปได้ และพระเจ้าจะมอบบ้านมาให้เขาจริงๆสุดท้าย…
-

มีเรื่องเล่าพื้นบ้าน เป็นนิทานของชาวแอฟริกันอยู่เรื่องหนึ่ง เรื่องมันมีอยู่ว่า… ชายคนหนึ่งมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง ที่วันนี้ เขาจะได้นำเอาแหวนที่สู้อุตส่าห์เก็บสะสมเงินที่ได้จากความขยันหมั่นเพียรในการทำงานไปซื้อมา เพื่อมาขอหญิงคนรักแต่งงาน หญิงสาวคู่รักของชายหนุ่ม อาศัยอยู่กับครอบครัวของเธอในอีกฟากฝั่งของแม่น้ำด้วยความลิงโลดดีใจของชายหนุ่ม เขารีบวิ่งตรงไปบ้านของหญิงสาว โดยวิ่งข้ามแม่น้ำในส่วนที่เป็นเกาะแก่งที่แคบที่สุด เขากระโดดไปบนหินแต่ละก้อน ตรงเกาะแก่งนั้น แต่พอมาถึงหินก้อนสุดท้ายใกล้ขึ้นฝั่ง เขาลื่นล้มหลังจากเหยียบหินก้อนนั้น ก้นจ้ำเบ้า พร้อมกับแหวนที่หลุดลอยออกจากมือและตกลงไปในแม่น้ำ เขาตกใจ หน้าซีดเผือก เปลี่ยนจากรอยยิ้มแห่งความสุขบนใบหน้า เป็นความเศร้าเต็มประดา ที่ดูเหมือนจะมีน้ำในตาที่เริ่มไหล เขาพยายามมองหาแหวนที่หล่นลงไปในแม่น้ำ มองซ้ายที ขวาที หาตามซอกหลืบของหิน ควานหา ขุดดิน เพื่อหวังว่าจะเจอแหวนล้ำค่าวงนั้นได้อย่างเร็วไว แต่เขาก็หาไม่เจอ คนบนฝั่งที่เห็นเหตุการณ์ และกำลังดูสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังทำ พยายามช่วยเหลือและอยากให้เขาหาแหวนวงนั้นให้เจอ พวกเขาตะโกนลงมาว่า “นั่งลงก่อนพี่ชาย นั่งลง พักสักแป๊บนึงก่อน หายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติก่อน” ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเสียงตะโกนนั้น เพราะในใจเขาร้อนรนเต็มที เพราะกลัวว่าจะหาแหวนไม่เจอเขาควานหาแหวนในน้ำต่อไป ทำเหมือนเดิม โดยไม่สนใจเสียงคนบนฝั่ง ส่วนคนบนฝั่งก็ยังไม่ละความพยายาม พวกเขาตะโกนลงมาอีกครั้ง “เอาน่า พี่ชาย พักสักแป๊บนะพี่ พี่กำลังอยู่ในความตระหนกตกใจ นั่งลงแป๊บนึงก่อน พักก่อน”คราวนี้เขาฟัง เพราะเขารู้สึกว่าหาจนเหนื่อยแล้วจริงๆ เขานั่งลงบนก้อนหินที่ทำให้เขาลื่นล้ม เขานั่งพัก…
-

สัธกูรู เล่าเรื่องให้ฟังเรื่องหนึ่ง ที่คนเล่าต่อๆ กันมานาน มีชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เดินทางมาไกลมาก เดินมาเรื่อยๆ จากที่ไหนก็ไม่รู้ จะเดินไปที่ไหนก็ยังไม่รู้ แต่เขาเดินมาเรื่อยๆ อย่างไม่ได้หยุดหย่อน จนอยู่ดีๆ ก็ปรากฏว่า ชายคนนั้นเดินหลุดเข้าไปในทุ่งหญ้าของสรวงสวรรค์ ด้วยความรู้สึกเหนื่อย เพราะเดินทางมาไกล ชายคนนั้นเลยอยากหาที่นั่งเพื่อพักจากความเหนื่อยล้าที่เดินทางมา แล้วสายตาก็มองเห็นต้นไม้ใหญ่อยู่ตรงหน้า ใต้ต้นไม้มีร่มเงาที่ดูแล้วน่าจะเหมาะกับการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี ชายคนนั้นเลยตัดสินใจเดินเข้าไปหาต้นไม้ต้นนั้น เมื่อถึงต้นไม้ เขานั่งลง หลังพิงต้นไม้ ลมพัดไหวๆ ใบไม้พริ้วไปตามสายลม เขาหลับตา แล้วสักพักเขาก็หลับไป เขาหลับไปได้ประมาณ 3 ชั่วโมง จากอาการเหนื่อยล้าและอ่อนแรงจากการเดินมาทั้งวัน พอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกหิว พอหิวมากเข้า เขาก็จินตนาการถึงอาหารต่างๆ ที่เขาอยากกิน ฉับพลันทันใด อาหารทั้งหลายที่เขาจินตนาการไว้ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า เขาไม่มีคำถามว่าอาหารมาจากไหน มาได้อย่างไร ไม่มีความสงสัยใดๆ เกิดขึ้น มีเพียงแค่หยิบเอาอาหารขึ้นมากินเพื่อเปลี่ยนความหิวของเขา ให้กลายเป็นความอิ่ม พออิ่มแล้ว เขาก็เริ่มกระหายน้ำ เขาอยากดื่มอะไรบางอย่าง ทั้งที่มีและไม่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ และแล้วเขาก็คิดถึงเครื่องดื่มเหล่านั้น เขาจินตนาการถึงเครื่องดื่มต่างๆ ที่อยากดื่ม คิดได้ไม่นาน เครื่องดื่มเหล่านั้นก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา เหมือนเดิม เขาไม่ถาม…
-

ช่วงนี้ผมอยู่ในห้วงเวลาของความสงสัยและอยากจะศึกษา ไปจนถึงทดลองทำเรื่อง Manifestationต้องขออนุญาตบอกไว้ตรงนี้ก่อนว่า ผมเปิดโรงเรียนในใจไว้หนึ่งโรงเรียน มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาคนไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคิด ชีวิต และจิตใจ ซึ่งโรงเรียนนี้มีชื่อว่า “Seeder School – โรงเรียนบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์” ที่มีคติประจำโรงเรียนว่า “สงสัย – ศึกษา – ทดลองทำ” ซึ่งเอาจริงๆ มันก็มีที่มาจากตัวผมที่ชอบสงสัยและศึกษาอะไรไปเรื่อยเปื่อย แต่ก็ทำให้ได้พบกับตัวเองว่า “ถ้าทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เราจะตามโลกนี้ได้ทัน” และนั่นมันก็คือคอนเส็ปต์ของ “การเรียนรู้ตลอดเวลา” หรือ “การเรียนรู้เพื่อให้รู้ว่าเราต้องเรียนอย่างไร” เอาล่ะกลับมาที่เรื่องสัธกูรูและ Manifestation อีกครั้ง… ผมเข้าไปพยายามควานหา ศึกษาหาความรู้จากแหล่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ก็ใช้ นั่นคือ “แอปแดง” เวลาที่เราต้องเลี่ยงคำพูดเมื่อต้องสื่อสารบนโลกโซเชียล แต่ถ้าเอาแบบตรงไปตรงมาก็เรียกว่า “ยูทูป” นี่แหละ ผมอยากเข้าใจมากกว่านี้ ว่าต้องทำอย่างไร เพราะอยากเอาไปทดลองทำด้วย ว่ามันจะได้ผลจริงไหม เอาจริงๆ ในใจลึกๆ ผมก็อยากให้มันสำเร็จและเกิดขึ้นได้จริงๆ เชื่อว่า มากกว่า 80% ของคนที่อ่านเรื่องนี้อยู่ ก็น่าจะคิดในทำนองเดียวกันกับผมนี่แหละ สำหรับผม ผมยังไม่รู้ว่าจะใช้คำไทยว่าอะไรดี สำหรับคำว่า Manifestation หรือ…
-

MyGPT เป็นฟีเจอร์นึงที่มีเฉพาะใน ChatGPT เอาไว้ถอดความรู้, ความสามารถ, ความเชี่ยวชาญ ของผู้ชำนาญการหรือที่ผมใช้คำว่า Domain Expert เพื่อเอามาผสมผสานกับความเก่งกาจและความสามารถของ AI อย่าง ChatGPT ที่จะทำให้เกิดการทำงานแบบสอดประสานระหว่าง Human กับ AI ให้เพิ่มคุณค่าเข้าไปได้มากกว่าเดิม (ตอนแรกจะเขียน 10X ก็กลัวว่ามันจะเฝือเกินไป) ต้องบอกไว้ตรงนี้ว่าผมเป็น ChatGPT แฟน ก็เพราะการมีของ MyGPT เฉพาะใน ChatGPT นี่แหละ เพราะฉะนั้นก็จะขออนุญาตเน้นไปที่การใช้งาน ChatGPT ในแต่ละงาน แต่ละฟังก์ชั่นก็แล้วกันนะ เอาจริงๆ แล้วจากประสบการณ์ส่วนตัว และคำแนะนำของกูรูด้าน AI ที่บอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า การที่ AI แบบ Generative AI ถือกำเนิดขึ้นมา จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ ได้มากกว่าคนที่ใช้ AI ได้เชี่ยวชาญแต่ยังขาดทักษะและประสบการณ์ที่จะได้จากการผ่านการทำงานในด้านนั้นๆ มาจริงๆ เพราะสิ่งที่ AI ให้คำตอบหรืออธิบายอะไรมาให้ ยังต้องการการตรวจสอบความถูกต้องและคาดการณ์ถึงผลของการนำข้อมูลนั้นไปใช้อยู่ด้วย…
-

ลองทำแบบทดสอบนี้เพียง 5 นาที แล้วคุณจะรู้วิธีการที่จะโตทั้งหน้าที่การงานและการเงิน เคยรู้สึกไหม ? ตั้งใจทำงานแทบตาย ทุ่มเททั้งแรงใจแรงกาย แต่ความก้าวหน้ายังไม่มี ความดียังไม่ปรากฏ ทุกเช้าตื่นขึ้นมาทำงานเหมือนเดิม เจอปัญหาเดิม ๆ ทำทุกอย่างตามหน้าที่ แต่โอกาสดี ๆ ไม่เคยเป็นของเรา ขยันแค่ไหนก็เหมือนเดิม ไม่ก้าวหน้า ไม่มีใครมองเห็น หรือแย่กว่านั้น คนที่ทำงานน้อยกว่าเรากลับไปได้ไกลกว่า ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้ บางทีปัญหาอาจไม่ใช่ที่ตัวคุณ แต่เป็นเพราะคุณอยู่ผิดที่ผิดทาง (ถ้ารู้สึกว่าพาดหัวแบบนี้มันแรงไป ผมขออภัยไว้ ณ ที่นี้แบบล่วงหน้าก่อนนะครับ แต่ในใจลึกๆ ผมบอกกับตัวเองว่า มีบางคนที่เคยเจอแบบนี้มาแล้วจริงๆ) แบบทดสอบ Career Alignment Matrix ใช้เวลาแค่ 5 นาที แต่จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดๆ ว่าตอนนี้คุณอยู่ตรงไหนในเส้นทางการเติบโตของตัวเอง โดยมีทั้งหมด 20 ข้อ แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่หนึ่งคือความสามารถในการทำงาน HR และส่วนที่สองเป็นเรื่องการให้ความสนับสนุนและทิศทางขององค์กรที่มีต่องาน HR ผลลัพธ์ที่ได้จากแบบทดสอบนี้ จะแบ่งผลออกมาเป็น 4 กลุ่ม…
-

ใครๆ ก็รู้ว่า AI เก่ง! แต่ถ้าใช้ผิดที่ ผิดทาง ก็พังได้เหมือนกันทุกวันนี้ Generative AI ไม่ใช่ของเล่นอีกต่อไป มันกลายเป็น เครื่องมือที่องค์กรทุกแห่งเริ่มใช้ ไม่ว่าจะเป็นช่วยร่างอีเมล คิดคอนเทนต์ สรุปประชุม หรือวิเคราะห์ข้อมูล แต่มันก็เป็นดาบสองคม เพราะถ้าใช้แบบไม่มีระเบียบ มันก็กลายเป็นระเบิดเวลาได้เหมือนกัน ลองคิดดูว่า… แจกฟรี! ตัวอย่างระเบียบ AI ที่องค์กรปรับใช้ได้จริง เอกสารนี้ไม่ได้บังคับให้ใช้ตาม แต่เป็นแนวทางที่ช่วยให้องค์กรเอาไปปรับใช้ได้แต่ละบริษัทมีวิธีทำงานไม่เหมือนกัน เราเลยออกแบบ “ตัวอย่างระเบียบการใช้ AI” ให้คุณ ดาวน์โหลดฟรี แล้วไปปรับให้เหมาะกับองค์กรของคุณเอง! ในเอกสารนี้มีอะไรบ้าง? ใครควรโหลดเอกสารนี้? AI ควรเป็นตัวช่วย ไม่ใช่ตัวสร้างปัญหา! องค์กรของคุณอาจจะเพิ่งเริ่มใช้ AI หรือกำลังหาทางควบคุมมันอยู่ แต่สิ่งสำคัญคือ การมีแนวทางที่ชัดเจน! ถ้าไม่กำหนดแนวทาง พนักงานจะใช้ AI ตามสไตล์ใครสไตล์มัน แล้วพอเกิดปัญหาขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ? ถ้าไม่ได้รับ Email ใน Inbox ขอให้ตรวจสอบที่ Junk Mail…
-
